หันหัวนอนไปทิศไหนดี



ในการออกแบบตกแต่งภายในห้องนอน มีความคิดเห็นมากมายเรื่องการวางเตียงนอน ว่าสมควรหันหัวเตียงไปในทิศทางใดดี

ความคิดเห็นที่ควรนำไปพิจารณาเบื้องต้นในการออกแบบตกแต่งภายใน คือ ความคิดเห็นเรื่องความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น

ไม่วางหัวเตียงนอนไปในตำแหน่งที่ผนังมีที่วางสิ่งของ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุสิ่งของหล่นใส่ ขณะที่นอนอยู่ได้ หรือผู้นอนอาจลุกขึ้นมาชนบานตู้เก็บของเหนือหัวเตียงซึ่งบังเอิญเปิดออก

ไม่วางหัวเตียงนอนไปที่ผนังของห้องน้ำ ซึ่งอาจมีเสียงดังของท่อน้ำ หรือสุขภัณฑ์รบกวน

ไม่วางตำแหน่งของหัวเตียงนอนที่ทำให้ผู้นอนมองเห็นประตูเข้าห้องนอนได้โดยตรง เนื่องจากจะทำให้ผู้นอนคอยระแวง และกังวลว่ามีใครอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน

ตำแหน่งของหัวนอนไม่มีหน้าต่างหรือประตู เนื่องจากเสียงและแสงสว่างจะรบกวนผู้นอนได้ง่าย

สำหรับความคิดเห็น หรือ ความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย เรื่องทิศ เรื่องดวงชะตา ผู้อยู่อาศัยควรพิจารณากันให้ดีว่ากำลังเชื่อความคิด ความเห็นของใครอยู่ ผู้นั้นเป็นผู้ที่รู้จริงๆมั๊ย ควรตรวจสอบคำสอนอื่นๆว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ และได้เคยพิสูจน์ว่าเรื่องที่ตัวเองบอกสอนนั้นเป็นความจริงหรือไม่

สำหรับผมเองผมศรัทธาในพระพุทธเจ้า และได้พิสูจน์คำสอนของท่านแล้ว ที่มีมากมายเป็นลำดับ จนเชื่อว่าท่านเป็นผู้ที่รู้ความจริง

พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงเรื่องการนอน ในพุทธวจนเรื่องการนอน ดังนี้

ภิกษุ ท. ! การนอน ๔ อย่าง เหล่านี้ มีอยู่. สี่อย่าง อย่างไรเล่า สี่อย่างคือ เปตไสยา กามโภคิไสยา สีหไสยา ตถาคตไสยา

ภิกษุ ท. ! เปตไสยา (นอนอย่างเปรต) เป็นอย่างไรเล่า

ภิกษุ ท. ! โดยมาก พวกเปรต ย่อมนอนหงาย นี้เรียกว่า เปตไสยา.

ภิกษุ ท. ! กามโภคิไสยา (นอนอย่างคนบริโภคกาม) เป็นอย่างไรเล่า

ภิกษุ ท. ! โดยมาก คนบริโภคกาม ย่อมนอนตะแคงโดยข้างเบื้องซ้าย นี้เรียกว่า กามโภคิไสยา

ภิกษุ ท. ! สีหไสยา (นอนอย่างสีหะ) เป็นอย่างไรเล่า

ภิกษุ ท. ! สีหะเป็นพญาสัตว์ ย่อมสำเร็จการนอนโดยข้างเบื้องขวา เท้าเหลื่อมเท้าสอดหางไว้ที่ระหว่างแห่งขา สีหะนั้นครั้นตื่นขึ้น ย่อมชะเง้อกายตอนหน้าขึ้นสังเกตกายตอนท้าย ถ้าเห็นความดิ้นเคลื่อนที่ของกาย (ในขณะหลับ) ย่อมมีความเสียใจเพราะข้อนั้น ถ้าไม่เห็น ย่อมมีความดีใจ นี้เรียกว่า สีหไสยา

ภิกษุ ท. ! ตถาคตไสยา (นอนอย่างตถาคต) เป็นอย่างไรเล่า

ภิกษุ ท. ! ในกรณีนี้ ภิกษุ สงัดแล้วจากกาม สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลายเข้าถึง ฌานที่ ๑ ซึ่งมีวิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก แล้วแลอยู่ เพราะวิตกวิจารรำงับไป เธอเข้าถึง ฌานที่ ๒ อันเป็นเครื่องผ่องใสแห่งใจในภายในสามารถให้สมาธิผุดขึ้นเป็นธรรมเอก ไม่มีวิตกวิจาร มีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ แล้วแลอยู่ เพราะปีติจางหายไป เธอเป็นผู้เพ่งเฉยอยู่ได้ มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม และได้เสวยสุขด้วยนามกาย เข้าถึง ฌานที่ ๓ อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า “เป็นผู้เฉยอยู่ได้ มีสติอยู่เป็นสุข” แล้วแลอยู่ เพราะละสุขและทุกข์เสียได้ เพราะความดับหายไปแห่งโสมนัสและโทมนัสในกาลก่อน เธอเข้าถึง ฌานที่ ๔ อันไม่ทุกข์และไม่สุขมีแต่สติอันบริสุทธิ์เพราะอุเบกขา แล้วแลอยู่ นี้เรียกว่า ตถาคตไสยา

ภิกษุ ท. ! เหล่านี้ แล การนอน ๔ อย่าง

(จตุกฺก.อฺ. ๒๑/๓๓๑/๒๔๖)

#ตกแต่งภายในบ้าน #ห้องนอน #ฮวงจุ้ย


หมายเหตุ- เขียนบทความนี้ลงใน www.baansuansabuy.com เมื่อ 09/1/2553